จอต้นทุนแฝงจน “กำไรหด” แต่ไม่กล้าขึ้นราคาเพราะ “กลัวลูกค้าหนี” สุดท้ายธุรกิจอาจไม่รอด😰
คุณเป็นไหม? นั่งคำนวณต้นทุนแล้วหน้าซีด ค่าส่งที่เพิ่มขึ้น, ค่าแพ็กเกจจิ้ง, ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม, หรือแม้แต่ “ค่าแรงตัวเอง” ที่ไม่เคยจด พอมารวมๆ กันแล้วพบว่า “ที่ขายดีมาตลอดนั้น แทบไม่เหลือกำไรเลย”
.
แต่พอกำลังจะพิมพ์ป้ายประกาศขึ้นราคา มือมันก็สั่น “ถ้าขึ้นราคา ลูกค้าประจำจะด่าไหม?” “ถ้าแพงกว่าคู่แข่ง ลูกค้าจะหนีไปซื้อเจ้าอื่นหรือเปล่า?”
.
ถ้าคุณติดกับดักความคิดนี้ โค้ชขอให้คุณหยุดฟังตรงนี้ก่อนค่ะ เพราะ “การกลัวลูกค้าหาย อาจน่ากลัวน้อยกว่า การทำธุรกิจไปวันๆ แล้วพบว่าขาดทุนสะสม” ไปเรื่อยๆ
.
.
นี่คือ 4 ขั้นตอน “ขึ้นราคาอย่างไร ให้ลูกค้ายังรัก (และได้กำไรคืนมา)”
.
🛑 1. ปรับ Mindset: ลูกค้าซื้อที่ “คุณค่า” ไม่ใช่ “ราคา” (Value > Price)
ถ้าลูกค้าซื้อคุณเพียงเพราะ “คุณถูกที่สุด” วันหนึ่งถ้ามีคนถูกกว่า เขาก็ไปครับ ลูกค้ากลุ่มนี้คือกลุ่มที่ไม่มี Loyalty แต่ถ้าลูกค้าซื้อเพราะ “ไว้ใจคุณ”, “ชอบบริการของคุณ”, หรือ “สินค้าคุณแก้ปัญหาให้เขาได้จริง” การขึ้นราคาเล็กน้อยจะไม่ทำให้เขาหนีไปไหนครับ
.
ท่องไว้เสมอ: เราไม่ได้ขึ้นราคาเพื่อเอาเปรียบ แต่เราขึ้นราคาเพื่อ “รักษาคุณภาพ” ให้ดีเหมือนเดิม (หรือดีขึ้น)
.
.
📢 2. เทคนิคการสื่อสาร: อย่าบอกแค่ “ต้นทุนขึ้น” แต่ให้บอกว่า “ลูกค้าจะได้อะไร”
อย่าโพสต์แค่ว่า “ขอปรับขึ้นราคา เนื่องจากวัตถุดิบแพงขึ้น” (นี่คือปัญหาของเรา ไม่ใช่ปัญหาของลูกค้า)
.
ลองเปลี่ยนวิธีพูดใหม่:
✅ “เพื่อรักษามาตรฐานคุณภาพสินค้าให้ดีที่สุด และพัฒนาบริการให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ทางร้านขอปรับราคา…”
✅ “เรามุ่งมั่นที่จะใช้วัตถุดิบเกรดพรีเมียมเช่นเดิม เพื่อให้คุณลูกค้าได้รับสิ่งที่ดีที่สุด…” -> ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า การจ่ายเพิ่ม = การการันตีคุณภาพเดิมที่เขาชอบ
.
.
🎁 3. ใช้กลยุทธ์ “ทางเลือกใหม่” (Decoy Pricing)
ถ้าไม่กล้าขึ้นราคาตัวเดิมดื้อๆ ให้ลองใช้วิธี “ออกสินค้าตัวใหม่” หรือ “จัดเซตใหม่” ที่ราคาสูงขึ้น แต่มีความคุ้มค่ามากขึ้น
.
ตัวอย่าง: สินค้าเดิมราคา 100 บาท (กำไรน้อย) -> อย่าเพิ่งเลิกขาย แต่ลองออก “สินค้าสูตรพรีเมียม / รุ่นพิเศษ” ราคา 150 บาท (กำไรดี) มาวางคู่กัน
.
ธรรมชาติของลูกค้าส่วนหนึ่งจะยอมจ่ายแพงกว่าเพื่อของที่ดีกว่า วิธีนี้ช่วยดึง Average Order Value (ยอดขายต่อบิล) ให้สูงขึ้นโดยไม่ต้องบังคับลูกค้าทุกคน
.
.
✂️ 4. ยอมเสีย “ลูกค้าที่ไม่ใช่” เพื่อดูแล “ลูกค้าตัวจริง”
ต้องยอมรับความจริงว่า เมื่อขึ้นราคา จะมีลูกค้าบางกลุ่มหายไปแน่นอน แต่ขอให้คุณดีดลูกคิดดูใหม่ดีๆ
.
💔ก่อนขึ้นราคา: ขาย 100 ชิ้น กำไรชิ้นละ 5 บาท = กำไร 500 บาท (เหนื่อยมาก)
❤️หลังขึ้นราคา: ลูกค้าหายไป 20% เหลือขาย 80 ชิ้น แต่กำไรชิ้นละ 15 บาท = กำไร 1,200 บาท (เหนื่อยน้อยลง แต่กำไรเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า!) ผลลัพธ์: คุณจะมีเวลาไปโฟกัสดูแลลูกค้า 80 คนที่เหลือได้ดีขึ้น บริการดีขึ้น ธุรกิจก็ยั่งยืนขึ้นค่ะ
.
.
📝 สุดท้ายนี้ การขึ้นราคาไม่ใช่เรื่องโหดร้าย แต่เป็น “กลไกคัดกรองลูกค้า” ธุรกิจที่จะรอดในยุคนี้ ไม่ใช่ธุรกิจที่ “ถูกที่สุด” แต่เป็นธุรกิจที่ “อยู่รอดได้จริง และส่งมอบคุณค่าได้ต่อเนื่อง” ต่างหากค่ะ
.
อย่ารอให้เจ๊งแล้วค่อยแก้ ถ้าตัวเลขมันฟ้องว่า “ไม่ไหว” ให้รีบตัดสินใจวันนี้เลยค่ะ เป็นกำลังใจให้เจ้าของธุรกิจทุกคนนะคะ💪🏻🏆
📲 ปรึกษาเบื้องต้นกับโค้ชตุ๊ก ฟรี!
💁🏻♀️”ทักแชท” หาแอดมินได้เลย
🌐 www.coachtuksales.com
☎️Tel : 098 530 4371
Sales #SaleB2B #SaleB2C #ขายเชิงรุก #เทเลเซลล์ #Telesales #คอลเซ็นเตอร์ #Callcenter #โค้ชตุ๊กสอนงานขายTelemarketing



