ตั้งยอดขายปี 2026 ยังไง ไม่ให้ทีมท้อ

ทุกต้นปี เจ้าของธุรกิจจำนวนมากอยากเห็นการเติบโตแบบก้าวกระโดด จึงตั้งเป้ายอดขายแบบ “คูณสอง” หรือ “เพิ่ม 50% จากปีที่แล้ว” แต่ตัวเลขเหล่านี้มัก ไม่มีที่มาที่ไปที่ชัดเจน
ตั้งยอดขายปี 2026

ปัญหาสุดคลาสสิกของการตั้งเป้ายอดขายต้นปี

เป้าสูง แต่ทีมถอดใจตั้งแต่ยังไม่เริ่ม

ทุกต้นปี เจ้าของธุรกิจจำนวนมากอยากเห็นการเติบโตแบบก้าวกระโดด
จึงตั้งเป้ายอดขายแบบ “คูณสอง” หรือ “เพิ่ม 50% จากปีที่แล้ว”
แต่ตัวเลขเหล่านี้มัก ไม่มีที่มาที่ไปที่ชัดเจน

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือ
ทีมขายเห็นตัวเลขแล้ว ถอดใจตั้งแต่วันแรก
เพราะรู้สึกว่า “ทำยังไงก็ไปไม่ถึง”
เป้าหมายที่ควรเป็นแรงผลักดัน
กลับกลายเป็น ยาพิษที่ทำลายขวัญกำลังใจทีม


การตั้ง KPI ที่ดี ต้องมาจาก “ข้อมูล” ไม่ใช่ความรู้สึก

(The Science of Target Setting)

เป้าหมายที่ทีมยอมรับได้
ต้องมี เหตุผลและที่มาที่ไปที่พิสูจน์ได้

ก่อนจะเคาะตัวเลข KPI ทุกครั้ง
ควรพิจารณา 3 ปัจจัยหลักต่อไปนี้


1. ข้อมูลในอดีต (Historical Data)

อย่าดูแค่ยอดขายรวมปลายปี
แต่ต้องเจาะลึกให้เห็นพฤติกรรมการขายจริง

  • Growth Rate ปกติ
    ที่ผ่านมาองค์กรเติบโตเฉลี่ยปีละกี่ % ในสภาวะปกติ
    นี่คือฐานที่ควร “ทำได้จริง”
  • Seasonal Index
    เดือนไหนขายดี เดือนไหนยอดตก
    ไม่ควรตั้งเป้าหาร 12 เท่ากันทุกเดือน
  • Win Rate
    ทีมขายปิดการขายได้กี่ % จากโอกาสทั้งหมด
    ตัวเลขนี้สำคัญมากต่อการคำนวณกิจกรรมที่ต้องทำ

2. ศักยภาพตลาดและการแข่งขัน (Market Potential)

  • แนวโน้มเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมเป็นอย่างไร
    หากตลาดขาลง การตั้งเป้าสูงเกินจริงอาจทำร้ายธุรกิจทางอ้อม
  • มีสินค้าใหม่ หรือช่องทางใหม่หรือไม่
    หากไม่มี “อาวุธใหม่” อย่าคาดหวังผลลัพธ์ที่ต่างจากเดิมมากนัก

3. ขีดความสามารถของทีม (Team Capacity) – จุดที่มักถูกมองข้าม

คุณอยากได้ยอดขายเพิ่ม 50% แต่…

  • จำนวนเซลล์เท่าเดิมหรือไม่
  • เซลล์ 1 คน ดูแลลูกค้าได้กี่รายต่อวัน

สูตรคิดง่าย ๆ
ถ้ายอดขายเฉลี่ยต่อเซลล์ = 1 ล้านบาท/เดือน
ต้องการยอดรวม = 20 ล้านบาท/เดือน
→ คุณต้องมีเซลล์ที่มีประสิทธิภาพ 20 คน

ถ้ามีแค่ 10 คน
เท่ากับคุณกำลังสั่งให้ทีมทำงานหนักขึ้น 2 เท่า
ซึ่งไม่ยั่งยืนในระยะยาว


ศิลปะการ “ซอยเป้าหมาย” ให้ทีมเห็นทางชนะ

(The Art of Breakdown)

เมื่อได้เป้าหมายรายปีที่สมเหตุสมผลแล้ว
สิ่งที่ไม่ควรทำคือ โยนตัวเลขใหญ่ให้ทีมแล้วบอกว่า “ไปทำมา”

หน้าที่ของหัวหน้าคือ
ย่อยเป้าหมายให้ทีมเห็นว่า ต้องทำอะไรในแต่ละวัน


วิธีซอยเป้าแบบ Reverse Engineering

Step 1: จากยอดขาย → กิจกรรมที่ควบคุมได้

สมมติ

  • เป้าหมายยอดขาย: 1,000,000 บาท / เดือน
  • ยอดขายเฉลี่ยต่อบิล: 50,000 บาท
  • ต้องปิดการขาย: 20 ราย

หาก

  • Win Rate = 20%
  • Meeting Rate = 50%
  • Call Rate = 10%

จะเท่ากับ

  • ต้องส่งใบเสนอราคา 100 ใบ
  • ต้องนัดพบลูกค้า 200 นัด
  • ต้องโทรหาลูกค้าใหม่ 2,000 สาย

Step 2: จากรายเดือน → รายวัน

สมมติทำงาน 22 วัน/เดือน

  • โทรหาลูกค้าใหม่ ≈ 91 สาย/วัน
  • ถ้ามีทีม 5 คน = คนละ 18 สาย/วัน
  • นัดพบลูกค้า ≈ คนละ 2 นัด/วัน

จุดเปลี่ยนสำคัญของทีมขาย

เมื่อบอกทีมว่า

“ปีนี้เป้า 120 ล้าน”

ทีมจะช็อก

แต่ถ้าบอกว่า

“หน้าที่ของคุณคือ โทรหาลูกค้าใหม่วันละ 18 สาย
และพบลูกค้าให้ได้วันละ 2 คน”

ความกลัวจะหายไป
เพราะทีม เห็นสิ่งที่ควบคุมได้ และลงมือทำได้ทันที


สรุป

การตั้งเป้ายอดขาย
ไม่ใช่การวัดว่าเจ้าของมีความฝันใหญ่แค่ไหน
แต่คือการวัดว่า หัวหน้าทีมสามารถสร้างแผนที่ให้ทีมเดินตามได้ชัดเจนเพียงใด

เมื่อ KPI มีที่มา
และถูกซอยจนเป็น Task รายวัน
ทีมขายจะโฟกัสที่ “การลงมือทำวันนี้”
ไม่ใช่ “ความกลัวตัวเลข”

และนี่คือจุดเริ่มต้นของทีมขายที่แข็งแกร่งและไม่ยอมแพ้ 💪


ปรึกษาโค้ชตุ๊ก ฟรี

📲 ทักแชทหาแอดมินได้เลย Facebook Fanpage / Line offcial : @008fwxku / Instagram / Tiktok
☎️ โทร. 098-530-4371

บทความอื่นๆ

ขายดีแทบตาย แต่ทำไมไม่เหลือเก็บ

ต้นทุนเพิ่ม กำไรหด แต่ไม่กล้าขึ้นราคาเพราะกลัวลูกค้าหนี? ระวังยิ่งขายมากยิ่งเหนื่อยแต่ไม่เหลือเงินธุรกิจจะรอดได้ ไม่ใช่เพราะถูกที่สุด