6 คำถามที่หัวหน้าทีมเซลล์ควรถามก่อนจบเดือน

การประชุมสิ้นเดือน ไม่ควรดูแค่ยอดขาย แต่ต้องรู้ว่า ยอดมาจากไหน ปัญหาอยู่ตรงไหน และเดือนหน้าควรแก้อะไรก่อน เพื่อให้ทีมพัฒนาได้ตรงจุด

การประชุมสิ้นเดือนที่ดี ไม่ควรจบแค่รู้ว่าใครขายได้เท่าไร
แต่ต้องตอบให้ได้ว่า…

“ยอดมาเพราะอะไร?”
“ยอดหายเพราะอะไร?”
“และเดือนหน้าต้องแก้อะไรก่อน?”

เพราะถ้าประชุมจบแล้วทีมยังไม่รู้ว่าต้องเปลี่ยนอะไร เดือนใหม่ก็มีโอกาสกลับไปเจอปัญหาเดิมอีก

นี่คือ 6 คำถามที่หัวหน้าทีมเซลล์ควรตอบให้ได้ก่อนหมดเดือน


1. ยอดที่ได้ มาจาก “ลูกค้าใหม่” หรือ “ลูกค้าเก่า”?

อย่าดูแค่ยอดรวม เพราะยอดที่เท่ากัน อาจมาจากคนละสาเหตุ ลองแยกดูว่า 👇🏻

  • ยอดจาก New Customer เท่าไร
  • ยอดจาก Existing Customer เท่าไร
  • Repeat / Reorder คิดเป็นกี่ %
  • ลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นจริง หรือยอดส่วนใหญ่ยังพึ่งฐานลูกค้าเดิม

ธุรกิจกำลัง “โตจากการหาลูกค้าใหม่” หรือ “โตจากการขายซ้ำให้ลูกค้าเดิม”

เพราะถ้ายอดโตจากลูกค้าเดิมอย่างเดียว แต่ New Customer ลดลง
เดือนหน้าต้องกลับมาแก้เรื่อง Lead Generation และการหาลูกค้าใหม่


2. คนที่ยอดตก ตกเพราะ “Lead น้อย” หรือ “ปิดการขายไม่ได้”?

ยอดขายตก ไม่ได้แปลว่าเซลส์ทุกคนขายไม่เก่ง

✅ บางคนมี Lead น้อย แต่ Conversion ดี
✅ บางคนมี Lead เยอะ แต่เปลี่ยนเป็นยอดขายได้น้อย

จึงควรดูอย่างน้อย 3 ตัวเลข

Lead → Contact → Sale

เพื่อหาว่าปัญหาอยู่ตรงไหน

  • Lead น้อย = ปัญหาเรื่องโอกาส
  • Contact ต่ำ = ปัญหาเรื่องการเข้าถึงลูกค้า
  • Contact เยอะ แต่ Sale ต่ำ = ต้องดูทักษะการขาย
  • Sale ได้ แต่ยอดต่อบิลต่ำ = ต้องดูการนำเสนอ / Upsell / Cross-sell

อย่าตัดสินจากยอดเพียงตัวเดียว

เพราะ “ยอดตก” กับ “ทักษะตก” ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน


3. Conversion ตกตรงขั้นตอนไหน?

อย่าดูแค่ Conversion Rate ปลายทาง

ให้ดูเป็นราย Stage ของ Sales Funnel เช่น

Lead → ติดต่อได้ → คุย → นัดหมาย → นำเสนอ → Follow-up → ปิดการขาย

แล้วถามว่า

“จุดไหนที่ลูกค้าหลุดมากที่สุด?”

ตัวอย่างเช่น :

📌 ติดต่อได้ดี แต่ “นัดไม่ได้”
→ อาจต้องพัฒนาการเปิดบทสนทนาและการค้นหา Need

📌 นัดได้ แต่ “ปิดไม่ได้”
→ อาจต้องพัฒนาการนำเสนอและรับมือ Objection

📌 ลูกค้าสนใจ แต่ “หายหลังเสนอราคา”
→ ต้องกลับมาดู Follow-up Process

หัวหน้าทีมต้องหา Bottleneck ให้เจอ ไม่ใช่แก้ทุกอย่างพร้อมกัน


4. ทีม Follow-up ดีพอหรือยัง?

หนึ่งในยอดขายที่หายไป อาจไม่ได้หายเพราะลูกค้าไม่ซื้อ

แต่หายเพราะ เซลส์หยุดตามก่อนลูกค้าจะตัดสินใจ

เซลส์ควรเช็กว่า👇🏻

  • มี Open Opportunity อยู่กี่ราย
  • ลูกค้าที่รอ Follow-up มีกี่ราย
  • มีลูกค้ากี่รายที่เกินกำหนด Follow-up
  • แต่ละ Stage ควร Follow-up เมื่อไร
  • มี Lead ที่ถูกปล่อยทิ้งโดยไม่มี Next Action หรือไม่

ที่สำคัญ อย่าถามแค่ว่า

“ตามลูกค้าครบไหม?”

แต่ต้องถามว่า

“แต่ละรายมี Next Step ที่ชัดเจนหรือยัง?”

เพราะ Follow-up ที่ดีไม่ใช่การทักไปว่า

“สนใจอยู่ไหมครับ?”

แต่ต้องมีเหตุผลในการกลับไปคุย และมีเป้าหมายของการ Follow-up แต่ละครั้ง


5. ใครควรได้รับ Coaching และควรโค้ชเรื่องอะไร?

หัวหน้าทีมไม่ควรดูแค่ว่า

“ใครยอดไม่ถึง = ต้อง Training”

เพราะแต่ละคนอาจมีปัญหาคนละจุด

เช่น คน A Lead เยอะ แต่ปิดต่ำ
→ Coaching เรื่อง Closing / Objection Handling

คน B นัดได้ดี แต่ Conversion ตอนนำเสนอต่ำ
→ Coaching เรื่อง Presentation / Need Analysis

คน C ลูกค้าเก่าดี แต่หาลูกค้าใหม่ไม่เก่ง
→ Coaching เรื่อง Prospecting

ดังนั้นก่อน Coaching ควรตอบให้ได้ว่า

“พฤติกรรมอะไรที่กำลังทำให้ยอดของคนนี้ไม่ดี?”

เพราะ Coaching ที่ดีต้องแก้ Root Cause ไม่ใช่แค่บอกให้

“พยายามมากขึ้น”


6. เดือนหน้า ถ้าจะเพิ่มยอด ต้องแก้ “จุดไหนก่อน”?

เมื่อเห็นปัญหาแล้ว ต้องจบด้วย Action Plan ไม่ใช่จบด้วยคำว่า “เดือนหน้าสู้ ๆ”

ให้กำหนดให้ชัดว่าเดือนหน้าจะ…

  • เพิ่ม Lead อีกกี่ %
  • ปรับ Script จุดไหน
  • ฟังสายของใครบ้าง
  • Coaching ใครเรื่องอะไร
  • เพิ่มความถี่ Follow-up เท่าไร

และที่สำคัญที่สุดคือ กำหนด Owner + Deadline + ตัวเลขวัดผล

เช่น

“เดือนหน้าจะเพิ่ม Conversion จาก 12% → 15% โดยโค้ชทีมเรื่อง Objection Handling สัปดาห์ละ 1 ครั้ง และ Review Call Quality ทุกวันศุกร์”

แบบนี้หลังจบการประชุม Sales Review ทุกครั้งจะเกิด “การเปลี่ยนแปลงจริง” ค่ะ


FAQ

1. การประชุมทีมขายสิ้นเดือนควรดูอะไรบ้าง?
ควรดูทั้งยอดขาย, จำนวน Lead, Conversion Rate, การ Follow-up, ลูกค้าใหม่-ลูกค้าเก่า และปัญหาที่เกิดในแต่ละขั้นตอนของ Sales Funnel

2. ทำไมไม่ควรดูแค่ยอดขายรวม?
เพราะยอดขายรวมไม่ได้บอกสาเหตุว่า ยอดเพิ่มหรือลดจากอะไร เช่น Lead น้อย, ปิดการขายไม่ได้ หรือ Follow-up ไม่ต่อเนื่อง

3. Conversion Rate ควรดูแบบไหน?
ควรดูแยกเป็นแต่ละ Stage เช่น Lead → Contact → นัดหมาย → นำเสนอ → Follow-up → Sale เพื่อหาจุดที่ลูกค้าหลุดมากที่สุด

4. Follow-up ที่ดีควรเป็นอย่างไร?
ควรมี Next Step ที่ชัดเจน มีเหตุผลในการติดต่อกลับ และกำหนดเวลาติดตามในแต่ละ Opportunity

5. หัวหน้าทีมควร Coaching เซลส์จากอะไร?
ควรดูจาก Root Cause ของแต่ละคน เช่น Closing ต่ำ, Prospecting ไม่ดี, Presentation อ่อน หรือ Follow-up ไม่ต่อเนื่อง

6. หลังประชุม Sales Review ควรได้อะไร?
ควรได้ Action Plan ที่ชัดเจน พร้อม Owner, Deadline และ KPI สำหรับวัดผลในเดือนถัดไป


สนใจมาเรียนรู้กับโค้ชตุ๊กสอนงานขาย แหล่งรวมคอร์สอบรมงานขาย, ทักษะงานขาย, บริหารทีมขาย และที่ปรึกษางานขาย กันค่ะ

📲 สนใจปรึกษาเบื้องต้น ฟรี!
💁🏻‍♀️”ทักแชท” ได้เลย
Line : @008fwxku
🌐 www.coachtuksales.com
☎️Tel : 098 530 4371

Sales #SaleB2B #SaleB2C #งานขาย #ขายเชิงรุก #เทเลเซลล์ #Telesales #คอลเซ็นเตอร์ #Callcenter #โค้ชตุ๊กสอนงานขายTelemarketing #Trainingcourse #ที่ปรึกษางานขาย #SME #Entrepreneur #เจ้าของธุรกิจ

บทความอื่นๆ

โค้ชตุ๊กสอนงานขาย

SALES & TELEMARKETING

ที่อยู่สำนักงาน :
ม.ชัยพฤกษ์ ถ.สุขาภิบาล 5 ออเงิน สายไหม กทม. 10220
โทร : 098 530 4371

ผลงานและอื่นๆ

ผลงานและอื่นๆ

เกี่ยวกับเรา

เกี่ยวกับเรา