เมื่อลูกค้าบอกว่า “ไม่สนใจ” เซลล์ต้องตอบยังไง?

เมื่อลูกค้าบอก “ไม่สนใจ” เซลล์อย่าเพิ่งวางสาย รวม 4 ประโยคช่วยเปลี่ยนคำปฏิเสธให้ไปต่อได้
เซลล์

เมื่อลูกค้าบอกว่า “ไม่สนใจ” เซลล์ควรตอบอย่างไรให้ไปต่อได้

เวลาลูกค้ารับสายแล้วตอบกลับมาทันทีว่า “ไม่สนใจครับ/ค่ะ” เซลล์หลายคนอาจรู้สึกว่าการขายจบแล้ว จึงรีบขอบคุณและวางสายไปทันที

แต่ความจริงแล้ว คำว่า “ไม่สนใจ” ในวินาทีแรก อาจไม่ได้แปลว่าลูกค้าไม่ต้องการเสมอไป แต่อาจเป็นเพียงการตอบสนองอัตโนมัติ หรือ Reflexive Response ที่ลูกค้าใช้เพื่อป้องกันตัวจากการถูกขาย

เหมือนเวลาเราเดินเข้าห้าง แล้วมีพนักงานเดินเข้ามาถามว่า “รับอะไรดีคะ” หลายคนมักตอบทันทีว่า “ขอเดินดูก่อน” ทั้งที่จริง ๆ แล้วอาจมีสินค้าที่สนใจอยู่ในใจอยู่แล้ว

การโทรขายก็เช่นกัน ลูกค้าอาจยังไม่เห็นเหตุผลว่า ทำไมเขาต้องเสียเวลาฟังเรา ดังนั้นหน้าที่ของเซลล์ไม่ใช่การเถียง แต่คือการพูดให้ลูกค้า “อยากฟังต่อ”


ทำไมลูกค้าถึงตอบว่า “ไม่สนใจ” ตั้งแต่แรก

คำว่า “ไม่สนใจ” มักเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น

  • ลูกค้ากำลังยุ่งและไม่พร้อมคุย
  • ลูกค้าเคยเจอเซลล์ขายของแบบกดดันมาก่อน
  • ลูกค้ายังไม่เข้าใจว่าสิ่งที่เรานำเสนอเกี่ยวข้องกับเขาอย่างไร
  • ลูกค้ารู้สึกว่าการรับสายจะเสียเวลา
  • ลูกค้ายังไม่เห็นปัญหาหรือประโยชน์ที่ชัดเจน

ดังนั้นการรับมือที่ดีคือ อย่าต่อต้านคำปฏิเสธ แต่ให้ยอมรับอย่างนุ่มนวล แล้วค่อยสร้างความอยากรู้ทีละขั้น


กฎสำคัญเมื่อลูกค้าบอกว่า “ไม่สนใจ”

สิ่งที่เซลล์ควรจำไว้คือ ประโยคที่ดีต้องไม่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าถูกบังคับให้ฟัง แต่ควรทำให้เขารู้สึกว่า

“ลองฟังอีกนิดก็ได้”

หลักสำคัญคือ

  • อย่าเถียงลูกค้า
  • อย่ารีบอธิบายสินค้ายาว ๆ
  • อย่ากดดันให้ลูกค้าต้องตัดสินใจทันที
  • ใช้น้ำเสียงนุ่มนวลและเป็นมิตร
  • ขอเวลาสั้น ๆ พร้อมให้ลูกค้ารู้สึกว่าควบคุมบทสนทนาได้

ถ้าลูกค้าดูยุ่งมาก หรืออารมณ์ไม่พร้อมจริง ๆ ควรขออนุญาตโทรกลับในเวลาที่สะดวกกว่า แต่ถ้าจังหวะยังพอไปต่อได้ ลองใช้ 4 ประโยคต่อไปนี้


4 ประโยคเปลี่ยนคำว่า “ไม่สนใจ” ให้กลายเป็นโอกาส

1. “ไม่เป็นไรเลยครับ/ค่ะ เข้าใจเลยครับ/ค่ะ แต่ก่อนวางสาย ขอสอบถามนิดนึงได้ไหมครับ/คะ?”

ประโยคนี้ช่วยลดกำแพงของลูกค้าได้ดี เพราะเราเริ่มต้นด้วยการยอมรับ ไม่ได้ปฏิเสธความรู้สึกของเขา เมื่อลูกค้ารู้สึกปลอดภัยมากขึ้น เขามักจะยอมให้เวลาสั้น ๆ กับเรา

แต่คำถามที่ตามมาควรเป็นคำถามที่เกี่ยวข้องกับ Pain Point ของลูกค้าจริง ๆ เช่น

“ปกติตอนนี้ทีมขายมีปัญหาเรื่องติดตามลูกค้าไม่ทันบ้างไหมครับ?”

หรือ

“ตอนนี้มีขั้นตอนไหนที่ทำให้เสียเวลามากที่สุดในงานขายครับ?”


2. “ลูกค้าส่วนใหญ่ที่บอกแบบนี้ตอนแรก เป็นเพราะคิดว่า…ใช่ไหมครับ/คะ?”

ประโยคนี้เป็นการสะท้อนความกังวลของลูกค้าล่วงหน้า หากเราเดาได้ถูก ลูกค้าจะรู้สึกว่าเราเข้าใจเขา และอาจเปิดใจฟังต่อมากขึ้น

ตัวอย่างเช่น

“ลูกค้าส่วนใหญ่ที่บอกแบบนี้ตอนแรก เป็นเพราะคิดว่าระบบใหม่จะทำให้งานแอดมินยุ่งยากขึ้นใช่ไหมครับ?”

หรือ

“หลายคนมักกังวลว่าใช้แล้วจะเพิ่มต้นทุนมากขึ้น ใช่ไหมครับ?”

เมื่อเซลล์พูดตรงกับสิ่งที่ลูกค้าคิด ลูกค้าจะเริ่มรู้สึกว่าเราไม่ได้แค่จะขาย แต่เข้าใจปัญหาของเขาจริง ๆ


3. “ถ้าสิ่งที่ผม/หนูจะพูดใน 30 วินาทีนี้ไม่ตรงใจ พี่วางสายได้เลยครับ/ค่ะ”

ประโยคนี้ช่วยคืนอำนาจการควบคุมให้ลูกค้า เมื่อลูกค้ารู้ว่าตัวเองสามารถจบบทสนทนาได้ตลอดเวลา ความกดดันจะลดลง

ในขณะเดียวกัน คำว่า “30 วินาที” ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าไม่ได้เสียเวลามาก และอาจเกิดความอยากรู้ว่าเซลล์จะพูดอะไรในเวลาสั้น ๆ นี้

หลังจากนั้น เซลล์ควรพูดให้ตรงประเด็นที่สุด เช่น

“ที่โทรมาวันนี้ เพราะหลายบริษัทเจอปัญหาว่าทีมขายมีลูกค้าเข้ามาเยอะ แต่ติดตามไม่ทัน ทำให้ดีลหลุดโดยไม่รู้ตัว เรามีวิธีช่วยให้ทีมเห็นสถานะลูกค้าชัดขึ้นและลดงานซ้ำ ๆ ได้ครับ”


4. “เข้าใจเลยครับ/ค่ะ หลายคนที่ใช้บริการอยู่ตอนนี้ ตอนแรกก็บอกแบบนี้เหมือนกัน แต่พอเขาเห็นว่า…”

ประโยคนี้ใช้หลักการ Feel, Felt, Found คือเข้าใจความรู้สึกลูกค้า บอกว่าคนอื่นก็เคยรู้สึกแบบเดียวกัน และสุดท้ายพบประโยชน์บางอย่างหลังจากได้ลองฟัง

ตัวอย่างเช่น

“เข้าใจเลยครับพี่ หลายคนที่ใช้ระบบอยู่ตอนนี้ ตอนแรกก็บอกแบบนี้เหมือนกัน แต่พอเขาเห็นว่าสามารถลดเวลาติดตามลูกค้าซ้ำ ๆ ได้ ทีมขายก็ทำงานง่ายขึ้นมากครับ”

ประโยคนี้ทำให้ลูกค้าไม่รู้สึกผิดที่ปฏิเสธ และอาจเริ่มสงสัยว่า ทำไมคนที่เคยไม่สนใจ กลับเปลี่ยนใจในภายหลัง


สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อลูกค้าปฏิเสธ

เมื่อได้ยินคำว่า “ไม่สนใจ” เซลล์ไม่ควรรีบตอบโต้ด้วยประโยคที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกถูกบีบ เช่น

สิ่งที่ไม่ควรพูดเหตุผล
“ฟังก่อนสิครับ”ทำให้ลูกค้ารู้สึกถูกบังคับ
“ยังไม่ทันฟังเลยนะครับ”เหมือนตำหนิลูกค้า
“ของเราดีมากนะครับ”เน้นขายมากเกินไป
“ไม่สนใจจริง ๆ เหรอครับ”ทำให้ลูกค้าอึดอัด
อธิบายสินค้ายาวทันทีลูกค้ายังไม่พร้อมรับข้อมูล

สิ่งที่ควรทำคือยอมรับ สั้น กระชับ และค่อย ๆ สร้างเหตุผลให้ลูกค้าอยากฟังต่อ


สรุป

การที่ลูกค้าพูดว่า “ไม่สนใจ” ตั้งแต่เริ่มต้น ไม่ได้แปลว่าการขายจบเสมอไป แต่อาจเป็นเพียงกำแพงแรกที่ลูกค้าใช้ป้องกันตัว

เซลล์ที่ดีต้องไม่รีบเถียง ไม่รีบขาย และไม่กดดัน แต่ต้องรู้จักใช้คำพูดที่สร้างความอยากรู้ ทำให้ลูกค้ารู้สึกปลอดภัย และเปิดโอกาสให้บทสนทนาเดินต่อ

เพราะบางครั้ง การปฏิเสธครั้งแรก อาจไม่ใช่จุดจบของการขาย แต่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของดีลใหม่ได้


📲 ปรึกษาเบื้องต้นกับโค้ชตุ๊ก ฟรี!
💁🏻‍♀️”ทักแชท” หาแอดมินได้เลย
🌐 www.coachtuksales.com
☎️Tel : 098 530 4371

Sales #SaleB2B #SaleB2C #ขายเชิงรุก #เทเลเซลล์ #Telesales #คอลเซ็นเตอร์ #Callcenter #โค้ชตุ๊กสอนงานขายTelemarketing

บทความอื่นๆ

เซลล์เก่งไม่ใช่แค่พูดเก่ง แต่ต้องอ่านเกมและปรับให้ทัน

เซลล์ที่เก่งไม่ใช่แค่พูดเก่ง แต่ต้องอ่านเกมลูกค้าให้ทัน และปรับวิธีเข้าหาให้เหมาะกับสถานการณ์ เพื่อเพิ่มโอกาสปิดการขายได้มากขึ้น

โค้ชตุ๊กสอนงานขาย

SALES & TELEMARKETING

ที่อยู่สำนักงาน :
ม.ชัยพฤกษ์ ถ.สุขาภิบาล 5 ออเงิน สายไหม กทม. 10220
โทร : 098 530 4371

ผลงานและอื่นๆ

ผลงานและอื่นๆ

เกี่ยวกับเรา

เกี่ยวกับเรา