สังเกตไหมคะว่าช่วงนี้ ไม่ว่าจะโทรไปหาลูกค้ารายย่อยแบบเทเลเซลล์ หรือเข้าไปพรีเซนต์งานลูกค้าระดับองค์กร คำถามแรกๆ ที่มักจะเจอคือ “ลดได้อีกไหม?” หรือ “เดี๋ยวขอเทียบกับเจ้าอื่นดูก่อนนะ”
ในยุคที่สถานการณ์บีบให้ทุกคนต้องรัดเข็มขัด นักการตลาดและนักขายต้องจำให้ขึ้นใจเลยค่ะว่า กลยุทธ์ที่เวิร์คที่สุดในการแข่งขันไม่ใช่การหั่นเนื้อตัวเองเพื่อ “ลดราคา” แต่คือการนำเสนอ “ความคุ้มค่า” ให้ชัดเจนที่สุด
จำไว้! คำว่า “คุ้มค่า” ไม่ได้แปลว่า “ถูกที่สุด” เสมอไปนะคะ แต่มันหมายถึง ลูกค้าจ่ายเงินไปแล้ว เขาได้อะไรกลับคืนมาที่มัน “เกินเบอร์” กว่าเงินที่เสียไปบ้างรึเปล่า?
มาดูกันค่ะว่าเราจะนำกลยุทธ์นี้ไปปรับใช้ในงานขายแต่ละส่วนยังไงให้ลูกค้าอยากควักกระเป๋าให้สินค้าเรา
1.สำหรับการขายฝั่ง B2C (เจาะกลุ่มลูกค้ารายย่อย)
ลูกค้ากลุ่มนี้ซื้อด้วย “อารมณ์บวกเหตุผล” ความคุ้มค่าของเขาคือ การแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้จริง ประหยัดเวลา หรือทำให้ชีวิตเขาสะดวกสบายขึ้น
➡ เทคนิคสำหรับเซลส์หน้างาน: แทนที่จะเสียเวลาท่องสเปกสินค้า ให้เปลี่ยนสคริปต์มาขยี้ว่าสิ่งนี้จะช่วยแก้ Pain Point ให้เขาได้อย่างไร เช่น ซื้อแพ็กเกจนี้แล้วหารเฉลี่ยตกวันละไม่ถึง 50 บาท แลกกับผลลัพธ์ที่ได้… ทันทีที่ลูกค้าเปรียบเทียบมูลค่ากับความเปลี่ยนแปลง เขาจะรู้สึกทันทีว่า “คุ้มที่จะจ่าย”
2.สำหรับการขายฝั่ง B2B (เจาะกลุ่มลูกค้าองค์กร)
ลูกค้าองค์กรซื้อด้วย “ตรรกะ ตัวเลข และผลกำไร” ความคุ้มค่าของเขาคือ ซื้อสินค้าหรือบริการเราไปแล้ว ช่วยบริษัทเขาลดต้นทุนได้เท่าไหร่? หรือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ทีมได้กี่เปอร์เซ็นต์?
➡ เทคนิคสำหรับการพรีเซนต์: ทีมขายต้องกางภาพ ROI (Return on Investment) ให้ลูกค้าเห็นชัดที่สุด เช่น “ระบบนี้ราคาอาจจะสูงกว่างบที่พี่ตั้งไว้ 10% แต่ช่วยลดเวลาทำงานของพนักงานลงได้ครึ่งหนึ่ง ซึ่งแปลว่าบริษัทจะประหยัดรายจ่ายระยะยาวได้ปีละหลายแสน” นี่แหละครับคือการขาย Value for Money ที่แท้จริง
3.สำหรับผู้จัดการทีมและเจ้าของธุรกิจ (ผู้กำหนดทิศทาง)
การจะให้ทีมขาย “ขายความคุ้มค่า” เป็น ต้องเริ่มจากการเทรนนิ่งหลังบ้านค่ะ
➡ ผู้จัดการต้องคอยสอดส่อง Call Transcript ว่าลูกทีมของเรากำลังตกหลุมพรางการ “สู้ด้วยราคา” เพียงอย่างเดียวอยู่หรือเปล่า? ลองจับทีมมาทำ Roleplay ฝึกตั้งคำถามเชิงลึก เพราะเมื่อนักขายเข้าใจปัญหาลูกค้าได้ลึก สินค้าของเราจะกลายเป็น “ยาแก้ปวด” ที่มีมูลค่าคู่ควรกับเงินทุกบาททุกสตางค์ทันที
💡 โค้ชตุ๊กขอสรุปให้ทิ้งท้ายนะคะ
ยุคนี้ “ของถูก” อาจจะดึงดูดสายตาได้แค่ชั่วคราว แต่ “ของที่คุ้มค่า” จะทำให้ลูกค้าตัดสินใจโอนไว และยอมเป็นลูกค้าประจำ ลองเอาหลักการนี้ไปปรับจูนสคริปต์การพูดและ Sales Plan ของทีมดูนะคะ
📲 ปรึกษาเบื้องต้นกับโค้ชตุ๊ก ฟรี!
💁🏻♀️”ทักแชท” หาแอดมินได้เลย
🌐 www.coachtuksales.com
☎️Tel : 098 530 4371
#Sales #SaleB2B #SaleB2C #ขายเชิงรุก #เทเลเซลล์ #Telesales #คอลเซ็นเตอร์ #Callcenter #โค้ชตุ๊กสอนงานขายTelemarketing



